รัฐบาลมีนโยบายด้านการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยมีโครงการตามมาตรการด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า โดยรัฐพร้อมที่จะสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อมโยงสินค้าของชุมชนให้เป็นที่รู้จัก สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาไทยไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมผ้าไทย โดยมติครม. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 เห็นชอบมาตรการ ส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน นำเสนอ โดยเชิญชวนคนไทยให้สวมใส่ผ้าไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้สนองนโยบายโดยดำเนินงานโครงการ “อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” เพื่อสืบสานพระปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง และปฐมราชโองการพระบาทสามเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการ สืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม จังหวัดศรีสะเกษ โดยการนำชองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา วุฒิชาติ ได้กำหนดการพัฒนาผ้าทอ เป็นวาระจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ชื่อว่า “ศรีสะเกษ ธานีผ้าศรี… แส่ว”ด้วยเป็นจังหวัดมีผู้ผลิตผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ด้านผ้ามากกว่า 1,400 ผลิตภัณฑ์ สร้างอาชีพสร้างรายได้สร้างความเป็นอยู่ที่ดี ให้กับพี่น้องประขาชน ปีละไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท โดยจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างการรับรู้ และรณรงค์ การใช้ละสวมใส่ผ้าไทยในทุกวันอังคาร และวันศุกร์ โดยโครงการ“ศรีสะเกษ พร้อมใจนุ่งผ้าไทย ใส่บาตร ทำความดี วิถีพอเพียง” ณ ลานโคปุระ เกาะกลางน้ำ
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ โดยท่านจรินทร์ รอบการ พัฒนาการจังหวัด
ศรีสะเกษ ได้นำ นโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดศรีสะเกษ มาสู่การปฏิบัติ โดยส่งเสริมให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาคุณภาพผ้าทอ ที่มีความคุณภาพ มีความหลากหลายเพื่อสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดนำเอาภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชาวศรีสะเกษ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพัฒนาจนเกิดเป็น “ผ้าทอเบญจศรี” ผ้าแบรนด์ศรีสะเกษ ดังนั้
1 ผ้าศรีลาวา ผ้าทอมือย้อมดินภูเขาไฟ หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่หาได้ใน พื้นที่ ภูดินแดง เขตอำเภอศรีรัตนะ อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอขุนหาญ ซึ่งเป็นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟรสเลิศ ด้วยการนำเส้นไหมหรือฝ้ายเข้าสู่กระบวนการย้อมด้วยดินจอมปลวกภูเขาไฟ ซึ่งจะได้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีสีน้ำตาลแดงแบบดินภูเขาไฟสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์
2 ผ้าศรีกุลา ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ที่เกิดจากการนำเส้นไหมหรือฝ้ายเข้าสู่กระบวนการย้อมด้วยดินทุ่งกุลาร้องไห้ ในพื้นที่อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด และอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งพื้นที่จังหวัดส่วนหนึ่งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ปลูกข้าวหอมมะลิชั้นเยี่ยม มีกลิ่นหอม นุ่มนวล เป็นลักษณะพิเศษและเสน่ห์ชวนรับประทานของข้าวสายพันธุ์นี้ ที่คนทั่วโลกยอมรับว่าเป็นข้าวสายพันธุ์ที่ดีที่สุด นอกจากเป็นประโยชน์ในการเพาะปลูกแล้ว ได้นำดินทุ่งกุลาร้องไห้มาใช้ในการย้อมเส้นไหมหรือฝ้าย จนได้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีสีเทา ซึ่งเป็นสีของดินทุ่งกุลาร้องไห้สวยงามอย่างเป็นเอกลักษณ์
3 ผ้าศรีมะดัน ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ เกิดจากการนำเปลือกไม้มะดันป่า พบมากในเขตพื้นที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และอำเภอห้วยทับทัน โดยนำเปลือกไม้มะดันป่าเหลือใช้จากการเหลาไม้ไปใช้ทำไก่ย่างไม้มะดัน อาหารถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัด มาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน เข้าสู่กระบวนการย้อมเส้นไหมหรือฝ้าย ซึ่งจะได้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ที่มีสีน้ำตาลเปลือกไม้ สวยงาม มีความคงทน สีไม่ตก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้ใช้
4 ผ้าศรีลำดวน ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ เกิดจากการนำกลีบดอกลำดวน และเปลือกต้นลำดวน ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ผลิดอกสีเหลืองนวลบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลชื่นใจ ที่มีอยู่มากกว่าสามแสนต้นทั่วจังหวัด เข้าสู่กระบวนการย้อมเส้นไหมหรือฝ้าย จะได้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีสีเหลืองนวล ที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์
5 ผ้าศรีมะเกลือ อัตลักษณ์ดั้งเดิมของจังหวัดศรีสะเกษ ทอลายในตัว ย้อมสีดำด้วยมะเกลือ มีสีดำมันวาว ลวดลายสวยงาม ผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือ เป็นผ้าที่มีความหนามาก ไม่เปื้อนง่าย จากยางมะเกลือที่ทำการย้อม ซ้ำ ๆ หลายครั้ง มีความคงทน และมีการอบผ้าด้วยสมุนไพรให้มีกลิ่นหอมติดทนนาน นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน
จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ ได้สอดรับนโยบายการดำเนินงานดังกล่าว โดยมีนโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน/ ตำบล ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งในการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ชนบทได้มีงานทำ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง ด้วยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยชุมชน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการกลุ่มอาชีพให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้อย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดจัดงาน “มหกรรม OTOP ศรีสะเกษ มรดกแห่งภูมิปัญญา สู่ความล้ำหน้าแห่งสากล” ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจเจ มอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขึ้นวันที่ 7 – 11 ตุลาคม 2563
กิจกรรมภายในงานก็จะมีรายละเอียด อาทิเช่น การออกร้านของผู้ประกอบการ OTOP ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 65 Booth ประกอบด้วยสินค้า ประเภทเสื่อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหาร สมุนไพร เครื่องประดับ ซึ่งมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และยังมีกิจกรรมการแสดงศิลป์วัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษพร้อมด้วย การแสดง คอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดังทุกวัน ดังนี้ วันที่ 7 ตุลาคม บัว กมลทิพย์ วันที่ 8 ตุลาคม แซก ชุมแพ วันที่ 9 ตุลาคม ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง วันที่ 10 ตุลาคม เต๋า ภูศิลป์ และวันที่ 11 ตุลาคม พลพล พลกองเส็ง กำหนดพิธีเปิดใน วันที่ 8 ตุลาคม เวลา 16.30 น. มีกิจกรรมบนเวทีการเดินแบบผ้าทอเบญจศรี เพื่อเผยแพร่ผ้าเบญจศรีให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น การแสดงพื้นบ้านที่บ่งบอก ถึงอัตลักษณ์จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกับพิธีเปิดสุดอลังการ












