วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในส่วนภูมิภาค จังหวัดพิษณุโลก ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมมหาราช ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเดินหน้านโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานความปลอดภัยของแรงงานในพื้นที่ภาคเหนือ
นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า การเลือกพื้นที่จัดงานที่จังหวัดพิษณุโลก ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีการเติบโตครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า และการท่องเที่ยว การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีความปลอดภัยถึงมือผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่โดยตรง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์วิกฤตไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็น “ภัยคุกคามสุขภาพและชีวิตของคนทำงานโดยตรง” โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร ช่างก่อสร้าง พนักงานขนส่ง และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม จึงได้สั่งการให้เร่งผลักดันการประเมินความเสี่ยงและการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างเป็นระบบ เนื่องจากความปลอดภัยในยุคปัจจุบันต้องครอบคลุมทั้งมิติด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การป้องกันอุบัติเหตุจากเครื่องจักรเหมือนในอดีต
”ความปลอดภัยไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่อความยั่งยืน มลพิษ PM2.5 และความแปรปรวนทางสภาพอากาศ คือสัญญาณเตือนให้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก ‘การแก้ไขหลังเกิดเหตุ’ (Safety After Incident) ไปสู่ ‘การป้องกันและคาดการณ์ก่อนเกิดเหตุ’ (Safety Before Incident) เพื่อให้การปกป้องชีวิตคนทำงานเป็นรากฐานการเติบโตที่มั่นคงของเศรษฐกิจภาคเหนือ” นายพิพัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้าย
การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบความรู้และเทคโนโลยีความปลอดภัยให้แก่ผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการปักหมุดครั้งสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ความปลอดภัยกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป












