วันเสาร์ 5 กันยายน 2026

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ผนึกยูนิเซฟและภาคีเครือข่าย เผยผลโครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” สร้างโอกาสการเรียนรู้

3

 

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวผลการดำเนินโครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการอ่านให้เด็กเติบโตเต็มศักยภาพ ชูแนวคิดเชื่อมโยง “การอ่าน–การเล่น–การเรียนรู้” เป็นกระบวนการเดียวกันในการวางรากฐานชีวิตให้แก่เด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย พร้อมเผยบทเรียน องค์ความรู้ และสื่อสร้างสรรค์จาก 3 โครงการสำคัญ มุ่งขยายผลสู่ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า โครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยไปจนถึงวัยประถมศึกษา เพราะสื่อและการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน และการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นจากการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดขึ้นผ่านการลงมือทำ การเล่น การพูดคุย การตั้งคำถาม และการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว

“แนวคิด ‘อ่าน เล่น เป็นเรียน’ ต้องการเชื่อมโยงการอ่านและการเล่นเข้ากับการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะ กระบวนการคิด จินตนาการ และศักยภาพของตนเองอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ผลลัพธ์สำคัญของโครงการไม่ได้มีเพียงกิจกรรมหรือสื่อสร้างสรรค์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่เข้ามามีบทบาทร่วมกันในการส่งเสริมพัฒนาการและการอ่านของเด็ก” ดร.ชำนาญ กล่าว

โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กรมอนามัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท แฮ็ปปี้บี-ดี จำกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และอุดมสันติมูลนิธิ โดยแต่ละหน่วยงานได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันมาผสานเป็นเป้าหมายร่วมกัน คือ การสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เด็กได้อ่าน ได้เล่น และได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ
การดำเนินโครงการให้ความสำคัญกับการนำสื่อสร้างสรรค์และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของเด็กอย่างเหมาะสม ตลอดจนสร้างความเข้าใจให้แก่ครอบครัว สถานศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ว่า การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กสามารถเริ่มต้นได้จากกิจกรรมง่าย ๆ ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือกับเด็ก การชวนเด็กตั้งคำถาม การเปิดโอกาสให้เด็กเลือกหนังสือที่สนใจ หรือการใช้เวลาร่วมกันผ่านการเล่น ซึ่งทุกกิจกรรมสามารถเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ได้

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือการก่อเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสื่อ สุขภาพ การศึกษา นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้การส่งเสริมพัฒนาการและการอ่านของเด็กได้รับการต่อยอดและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

“ภารกิจของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ไม่ได้มีเพียงการสนับสนุนให้เกิด ‘สื่อที่ดี’ เท่านั้น แต่ยังมุ่งให้สื่อเหล่านั้นได้รับการนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และสังคมอย่างแท้จริง โครงการ ‘อ่าน เล่น เป็นเรียน’ จึงเป็นตัวอย่างของการนำแนวคิดดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการสนับสนุนให้เด็กเติบโตและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่” ดร.ชำนาญ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน คุณเซเวอรีน ลีโอนาร์ดี รองผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือและบทบาทขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่มีต่อโครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” โดยเน้นถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่เด็กตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ผ่านความร่วมมือของครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อ กิจกรรม และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเหมาะสมและเท่าเทียม

ภายในงานยังจัดเสวนาหัวข้อ “อ่าน เล่น เป็นเรียน: จากโอกาสแรก สู่อนาคตเด็กไทย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ประกอบด้วย นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิธารา น่วมภา อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รองคณบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ญาณวิธ นราแย้ม คณะที่ปรึกษา สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) และนางสาวดวงพร สุทธิสมบูรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้มี-ดี จำกัด ดำเนินรายการโดย นางสาวสุธาทิพ ลาภสมทบ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณค่าเพิ่มและสื่อสารเชิงกลยุทธ์

เวทีเสวนาสรุปตรงกันว่า การสร้างเด็กให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ไม่สามารถรอจนถึงวันที่เด็กเข้าโรงเรียน แต่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ตั้งแต่การดูแลสุขภาพและโภชนาการ การเลี้ยงดูของพ่อแม่ การพูดคุย การเล่น และการอ่าน ไปจนถึงการเข้าถึงหนังสือ สื่อ ครู และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพราะทุกองค์ประกอบล้วนเชื่อมโยงและมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานชีวิตให้แก่เด็ก

ผลการดำเนินงานของทั้ง 3 โครงการสะท้อนให้เห็นว่า “โอกาสแรก” ของเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ ทั้งภายในครอบครัว ผ่านสื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนภายในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม การทำให้โอกาสเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมและต่อเนื่อง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์คาดหวังว่า บทเรียน องค์ความรู้ และสื่อที่เกิดขึ้นจากทั้ง 3 โครงการจะได้รับการนำไปใช้ ต่อยอด และขยายผล เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ พร้อมเติบโตและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะ “การอ่าน การเล่น และการเรียนรู้” ไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากกัน แต่คือกระบวนการเดียวกันในการสร้างรากฐานชีวิตและอนาคตของเด็กไทย