สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดอุดรธานี จัดงานแถลงข่าว “การบูรณาการความร่วมมือภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) พร้อมนำเสนอศักยภาพความพร้อมของจังหวัดอุดรธานีในทุกมิติ และความพร้อมของภาคีเครือข่ายพันธมิตร อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการยกระดับประเทศไทยสู่เวทีโลก
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB)กล่าวว่า “ทีเส็บในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ ได้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำในการผลักดันให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 โดยดำเนินการตั้งแต่กระบวนการประมูล (Bidding) การประสานงานกับองค์กรระดับนานาชาติ ตลอดจนการสนับสนุนการตรวจประเมินและติดตามความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทีเส็บได้ใช้ ‘งานเทศกาลระดับโลก’ เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการไมซ์ และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนา Ecosystem รองรับการจัดงานอย่างครบวงจร และได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงดึงพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่ มาร่วมกันออกแบบและพัฒนาแพ็กเกจสินค้าและบริการแบบบูรณาการ (Integrated Packages) ที่เชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และกิจกรรมไมซ์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มธุรกิจ และนักเดินทางไมซ์จากตลาดนานาชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์และกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และให้ความสำคัญกับการสร้าง Business Dialogue ภายในงานด้วยการเชื่อมโยงผู้ซื้อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งสู่ความสำเร็จของงานในระยะสั้น แต่ยังมุ่งสร้าง ‘Legacy’ ให้กับพื้นที่ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การยกระดับผู้ประกอบการ และการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ World’s Leading MICE Destination ทีเส็บเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังความร่วมมือของทุกภาคี งานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการใช้ Mega Event เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้ภูมิภาค และยกระดับประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน”
นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีกล่าวว่า “ในฐานะเจ้าภาพ จังหวัดอุดรธานีได้วางแผนการพัฒนาและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการการเดินทางเข้า–ออกพื้นที่จัดงาน ที่พัก และบริการสาธารณะให้เพียงพอและได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในพื้นที่และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อสร้างความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี (Host City) สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก และสะท้อนอัตลักษณ์ของอุดรธานีในฐานะเมืองศูนย์กลางของภูมิภาคที่พร้อมก้าวสู่เวทีนานาชาติ”
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดงานได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการพัฒนาและก่อสร้างพื้นที่จัดงานคืบหน้ากว่า 71% การออกแบบภูมิทัศน์และการจัดแสดงสวนภายใต้แนวคิดที่สะท้อนอัตลักษณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือกับนานาประเทศในการจัดทำสวนประเทศ (International Gardens) ควบคู่กับการพัฒนาสวนองค์กรและนิทรรศการเฉพาะทาง (Corporate Gardens) ที่ได้มาตรฐานสากล ภายใต้กรอบของ AIPH เพื่อยกระดับคุณภาพงานสู่เวทีโลก และสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ผู้เข้าชมจากทุกกลุ่มเป้าหมาย”
ภายในงานแถลงข่าวมีการเปิดตัวพันธมิตรภาคเอกชนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ รวมถึงการเสวนาจากพันธมิตร ได้แก่ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ร่วมกันนำเสนอแพ็กเกจการเดินทางและบริการแบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการจัดงาน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวชุดแพ็กเกจบูรณาการภายใต้ชื่อ “พืชสวนโลกอุดรธานี: ประตูสู่โลกใบใหม่” ผลจากการผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไมซ์ทั่วประเทศ ครอบคลุมทุก segment ตั้งแต่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ครอบครัว กลุ่มธุรกิจไมซ์ ไปจนถึงนักเดินทางธุรกิจจากตลาดนานาชาติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและทิ้งมรดกความยั่งยืนให้กับภูมิภาคอีสานอย่างแท้จริง
อาทิ สัมผัสอีสานสีเขียว (Green Wonder Journey)โดย สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) อีสานรอบด้าน (Udon Plus Circle)โดย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ประชุมโลก มาที่อุดร (Meet the World at Udon) โดย สมาคมส่งเสริมการประชุมแห่งชาติ (TICA) เดินทางสบาย ไปพืชสวนโลก (Easy Ride to the Expo) โดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
การผนึกกำลังในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน “งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ให้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศสู่สายตาชาวโลกโดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 32,000 ล้านบาท













