วันอาทิตย์ 23 สิงหาคม 2026

NIA โชว์ศักยภาพ 30 Tech Startups ใน “Global Startup Hub 2026” เชื่อม Corporate กว่า 60 คู่ธุรกิจ

6

 

 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ผลสำเร็จโครงการ Global Startup Hub 2026 เปิดเวที GLOBAL STARTUP HUB DEMO DAY 2026 นำ 30 สตาร์ตอัปที่ผ่านกระบวนการเร่งการเติบโตตลอดโครงการ ขึ้นเวทีนำเสนอผลลัพธ์และศักยภาพทางธุรกิจ หลังเดินหน้าเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่และภาคอุตสาหกรรมผ่าน Business Matching กว่า 60 คู่ธุรกิจ พร้อมผลักดันสตาร์ตอัปหลายรายสู่การทดสอบใช้งานจริง หรือ Proof of Concept (PoC) ร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ มุ่งสร้างเส้นทางการเติบโตจาก Matching → PoC → Commercialization → Scale เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสตาร์ตอัปไทยให้เป็นโอกาสทางธุรกิจและเติบโตในตลาดจริง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การสร้างสตาร์ตอัปที่แข็งแรงในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการช่วยให้เกิดธุรกิจใหม่ แต่ต้องทำให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถเติบโต ขยายตลาด เข้าถึงแหล่งเงินทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลได้ NIA จึงดำเนินโครงการ Global Startup Hub 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้แนวทาง Groom – Grant – Growth – Global เพื่อยกระดับศักยภาพของสตาร์ตอัปอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านธุรกิจ การตลาด การเข้าถึงเงินทุน กฎหมายและกฎระเบียบ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ นักลงทุน และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

“เป้าหมายของเรา คือการทำให้สตาร์ตอัปไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ต้องมีทั้งความพร้อมทางธุรกิจ (Business Readiness) และความพร้อมสู่ตลาดสากล (Global Readiness) เพื่อให้สามารถเติบโตในตลาดจริงได้ ปีนี้ NIA คัดเลือกสตาร์ตอัปจำนวน 30 บริษัท ในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีศักยภาพต่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต ได้แก่ AI, IoT, Semiconductor, EV & Mobility, Energy Tech และ Climate Tech & Sustainability เข้าสู่กระบวนการเร่งการเติบโตย่างเป็นระบบ” ดร.กริชผกา กล่าว

โครงการ Global Startup Hub 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโปรแกรมฝึกอบรม แต่เป็น แพลตฟอร์มเร่งการเติบโต ที่เชื่อมกระบวนการพัฒนาศักยภาพสตาร์ตอัปเข้ากับโอกาสทางธุรกิจจริง เริ่มตั้งแต่ OKR Workshop เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางการเติบโต การให้คำปรึกษาแบบรายบริษัท การเชื่อมต่อกับบริษัทขนาดใหญ่ผ่าน Business Matching การสร้างโอกาสในการทำ Proof of Concept (PoC) ตลอดจนการเชื่อมโยงกับนักลงทุนและพันธมิตรในระบบนิเวศสตาร์ตอัป โดยปลายทางไม่ได้มุ่งเพียงทำให้ผู้สตาร์ตอัปนำเสนอธุรกิจหรือ Pitch ได้ดีขึ้น แต่ต้องสร้างโอกาสให้สตาร์ตอัปได้พิสูจน์เทคโนโลยีกับภาคธุรกิจ พร้อมต่อยอดสู่การขยายตลาด การลงทุน และการเติบโตเชิงพาณิชย์

หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการ คือ Proof of Concept (PoC) หรือการเปิดโอกาสให้บริษัทและภาคอุตสาหกรรมทดลองใช้นวัตกรรมของสตาร์ตอัปกับโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ก่อนนำไปสู่การลงทุนหรือจัดซื้อในเชิงพาณิชย์ กระบวนการนี้ช่วยลดความเสี่ยงให้กับภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันสตาร์ตอัปก็ได้รับข้อมูลจากผู้ใช้จริง เกิดการพิสูจน์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ (Business Validation) และมีกรณีอ้างอิงจากการใช้งานจริง (Reference Case) ที่สามารถนำไปต่อยอดกับลูกค้าและพันธมิตรรายอื่นได้ กระบวนการ PoC จึงเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่ช่วยให้สตาร์ตอัปก้าวจากการจับคู่ธุรกิจ ไปสู่การพิสูจน์การใช้งานจริง และเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงพาณิชย์และการขยายธุรกิจในอนาคต

ตลอดการดำเนินโครงการ NIA ได้รับความร่วมมือจากองค์กรและบริษัทชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, TPG (Tripetch), Central Retail, PTT, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), PTG Energy, MAX Venture, Thai Oil, Kubota และ AIS เข้ามาร่วมเชื่อมโยงกับสตาร์ตอัป เกิดการหารือและจับคู่ธุรกิจ กว่า 60 คู่ธุรกิจ โดยมีสตาร์ตอัปหลายรายสามารถพัฒนาความร่วมมือต่อไปสู่การทดสอบ Proof of Concept (PoC) ร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อนำเทคโนโลยีและโซลูชันไปทดลองกับโจทย์ธุรกิจจริง และสร้างโอกาสต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ภายใต้โครงการ Startup Thailand: Global Startup Hub 2026 มีสตาร์ตอัปเทคโนโลยีที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมทั้งด้าน AI ได้แก่ DIA, Sionic AI, PIASPACE, BOT AND LIFE, Packiko, Floaino, Magic Wand AI, REEZLIVE, Primo, Scamtify, UPSIGHT และ Pettagu ด้าน IoT ได้แก่ Merlinium และ Tiger Cashbox ด้าน Climate Tech & Sustainability ได้แก่ VIDENVAREN+, Lightblue, GEPP, AliveLoop, AltoTech Global, Air Flow Box, Chalupas&Co., EKOBLOK, KLORA Flower Boost, NICHA CCUS และ TONSON Mortar และ local ด้าน Energy Tech ได้แก่ COSMOS LAB และ SEMPLY และด้าน EV & Mobility ได้แก่ QRES GROUP และ THAIGO ซึ่งทั้งหมดเตรียมนำเสนอผลการดำเนินงาน เป้าหมาย และผลลัพธ์ทางธุรกิจตลอดระยะเวลาของโครงการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีและโซลูชันของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด

NIA มุ่งหวังให้ผลลัพธ์จากโครงการ Global Startup Hub 2026 เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง Startup, Corporate, Investor และ Ecosystem Partner เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพได้เข้าสู่การทดสอบและใช้งานในตลาดจริง สร้างการยอมรับจากภาคธุรกิจ และต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ การขยายตลาด และการเติบโตอย่างยั่งยืน