วันพุธ 17 มิถุนายน 2026

“จอย T-Skirt” ชวนผู้หญิงไทยตรวจคัดกรองมะเร็งก่อนสาย บนเวที “Voice for Her Power“

3

 

ทำเอาหลายคนส่งกำลังใจให้ไม่น้อย สำหรับ จอย-ธัญพร สนธิขันธ์ หรือ “จอย T-Skirt” อดีตเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังยุค 90 ที่ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางต่อสู้กับมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 และล่าสุดได้ตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม และอยู่ระหว่างการรักษาด้วยกำลังใจที่เปี่ยมล้นจากครอบครัว

จากเสียงของคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะป่วยเพราะแทบไม่เคยเข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อเผชิญโรคมะเร็งกับตัวจึงทำให้ความคิดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ต้องเผชิญอีกหนึ่งบททดสอบของชีวิต แต่ จอย T-Skirt ยังคงเลือกใช้ “พลังใจ” เป็นแรงสำคัญในการดูแลตัวเอง พร้อมส่งต่อประสบการณ์จริงบนเวที “Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม” ที่จัดโดย พันธมิตร Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม นำโดย ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ และ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อชวนทุกคนไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติของร่างกาย พร้อมส่งต่อเสียงแห่งความหวัง และกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมการเข้าถึงข้อมูล และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

“จอยเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนจอย คือไม่ไปโรงพยาบาลถ้าไม่ป่วยจริง ๆ แต่พอรู้ตัวอีกที โรคก็ลุกลามไปมากแล้ว แต่สิ่งที่จอยอยากบอกคืออย่ากลัวว่าถ้าเป็นแล้วทุกอย่างจะต้องจบลง เพราะมะเร็งถ้าเจอเร็ว โอกาสหายขาดได้สูง สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือระหว่างทางเราจะเสียเวลาไปมากแค่ไหนถ้าเราไม่ตรวจแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป”

ถึงเคยผ่านมะเร็งระยะที่ 4 แต่ยังบอกตัวเองว่า “ถอยไม่ได้” โดยประสบการณ์จากการเป็นมะเร็งทำให้จอยเข้าใจว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและรีบเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาให้เร็วที่สุด “วันที่ฟังผล จอยทำใจไว้แล้ว พอหมอยืนยัน เราก็ต้องดึงสติอีกครึ่งหนึ่งกลับมา แล้วถามหมอเลยว่ารักษาแบบไหนได้บ้าง เพื่อมีข้อมูลในการวางแผนรักษาต่อ”

จอยเล่าต่อว่า แม้ว่าการรักษาจะซับซ้อน แต่จุดเล็ก ๆ ที่ทำให้จอยมีพลังใจฮึดสู้ คือการได้ฟังเพลงที่ทำให้กลับมามีแรงลุกขึ้นอีกครั้ง “ตอนนั้นจอยรู้สึกเลยว่าเพลงที่ได้ฟัง เสียงหัวเราะการตั้งสตินั่งสมาธิ และกำลังใจจากคนรอบข้างมันช่วยพยุงใจเราได้จริง ๆ หมอเองก็บอกว่าการทำให้ใจแข็งแรง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ ทุกวันนี้ก็ยังต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องอาหาร ความเครียด และการใช้ชีวิต ล่าสุดที่ตรวจแมมโมแกรมกับอัลตร้าซาวด์ แล้วเจอก้อนเนื้อที่เต้านม แม้ยังต้องรอผลวินิจฉัย แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่เคยผ่านมา การพบก้อนตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กมาก ๆ ทำให้มองเรื่องนี้ด้วยสติ คิดว่าอย่างน้อยก็เจอเร็ว หมอก็ไม่ได้กังวลมาก ถ้าเจอในระยะต้น ๆ มันมีโอกาสรักษาได้ เราเลยไม่อยากให้ทุกคนกลัวการตรวจ เพราะการรู้เร็วทำให้เรายังมีทางเลือก”

อย่างไรก็ตาม จอยมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยิ่งรู้เร็วและรักษาเร็ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ “จอยเชื่อว่าการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่โรคจะลุกลาม และทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”

จอยยังฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่าอย่ารอให้ป่วยหนักแล้วค่อยตรวจ “แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่รู้ว่าเราเป็นมะเร็งคือการไม่รู้ ปัจจุบันการรักษาก้าวหน้าไปมาก ถ้ารู้เร็วและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสำหรับการรักษา เราก็จะสามารถใช้ชีวิต ทำงาน ร้องเพลงต่อไปได้ เราอาจควบคุมทุกอย่างไม่ได้ แต่เราควบคุมการดูแลตัวเองได้ ดังนั้น ถ้าประสบการณ์ของจอยจะช่วยให้ใครสักคนกล้าไปตรวจเร็วขึ้น และเข้าสู่การรักษาเร็วขึ้น หรือมีกำลังใจมากขึ้น จอยพร้อมเสมอที่จะส่งเสียงต่อค่ะ”