วันเสาร์ 9 พฤษภาคม 2026

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2564”

76

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจําปี 2564” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 พฤศจิกายนนี้ อาคาร 9-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มุ่งขยายโอกาสทาง การศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาเยาวชนให้มีทักษะแห่งอนาคต พร้อมนําองค์ความรู้วิทย์และศิลป์สร้างสรรค์ นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผนึกภาครัฐภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศอีก 6 ประเทศ 80 หน่วยงานร่วมแสดงผลงานความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นความสนใจ สร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่เยาวชน นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์และประชาชนทั่วไป

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 . พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาศูนย์แสดง สินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อเป็นประธานในการเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ ประจําปี 2564 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปลัดกระทรวง อว. เอกอัครราชทูตจากประเทศเดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่นและรัสเซีย ผู้แทนท่านทูตจากสหราช อาณาจักรหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวเปิดงานว่าวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสําคัญที่สัมพันธ์กับการพัฒนาระบบการศึกษา และการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสําคัญในการสร้างคนเพื่ออนาคต ซ่ึงต้องไม่มีข้อจํากัดใดๆ ในการเข้าถึงความรู้ โลกในอนาคตเป็น โลกกว้างที่มีองค์ความรู้หลากหลายสามารถเรียนรู้ได้อย่างไร้พรมแดน เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ต้องเป็น ความรู้ พื้นฐานของคนไทย ต้องมีการผสมผสานการศึกษาเรียนรู้ในห้องเรียน และนอกห้องเรียนท่ีต่อเนื่องสําหรับทุกช่วงวัย

รัฐบาลให้ความสําคัญยิ่งต่อการพัฒนาคนทุกช่วงวัย มุ่งการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างสมบูรณ์ หวังให้ เยาวชนไทยมีหลักคิดเป็นเหตุเป็นผล ให้คนไทยมีทักษะความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบอย่าง รุนแรงในอนาคต ตลอดจนการสร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิท ยาศาสตร์ ศิลปกรรม ศาสตร์ มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นปัจจัยสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจ และสังคมฐานนวัตกรรมเพื่อให้ประเทศหลุดพ้น จากกับดักการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางในปี 2580 ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ถือเป็นอีกหน่ึงในการดําเนินงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้เยาวชน และประชาชนไทย ได้เรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีประเด็นเนื้อหาทันยุคสมัย อยู่ ในความสนใจของประชาชน รวมทั้งประเด็นที่มีความสําคัญและมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาประเทศ เสริมสร้างบทบาทให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมและสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อรับมือกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง ในโอกาสนี้ รัฐบาลขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศทั้ง 6 ประเทศ 80 หน่วยงาน ที่ร่วมกันจัดงานนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน และประชาชน อันจะก่อให้เกิดสังคมวิทยาศาสตร์ ใช้ข้อมูล ใช้เหตุและผลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยของเราเติบโตอย่างเข้มแข็งอย่างยั่งยืนสืบไป

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ในปีนี้ จัดขึ้นบนแนวคิดศิลปะ วิทยาศาสตร์ และ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Art – Science – Innovation and Creative Economy)” และสื่อสารเนื้อหาทางวิชาการตาม นโยบายที่สําคัญ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผสานกับศิลปะในมุมของการ ขับเคลื่อน พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) ของประเทศ และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ องค์รวม “BCG Model : Bio – Circular – Green Economy” รวมทั้งร่วมเฉลิมฉลองวาระสําคัญทางวิทยาศาสตร์และ สังคมของโลกในปี 2021 ได้แก่ ปีสากลแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (International Year of Creative Economy for Sustainable Development) โดยมีเป้าหมายสําคัญคือให้งานนี้เปลี่ยนระบบความคิดของ คนไทยให้หันมาสนใจ ชื่นชอบวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนมุมมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นเต้น น่าเรียนรู้และจับต้องได้ ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่นนิทรรศการความก้าวหน้าและกิจกรรมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กิจกรรมสําหรับเยาวชน การประกวดแข่งขัน U2T Hackathon 2021 เป็นต้น

ในด้านแนวนโยบาย BCG Model นับเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (1st BCG Science Fair in SEA) ที่จุดประกายความคิด สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG โดยปลูกฝังให้ เยาวชนและคนไทยรับทราบ เริ่มลงมือปฏิบัติและ

ตลอด 15 ปีของการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีส่วนในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์สร้างสังคมอุดม ปัญญาให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วประเทศที่มาเที่ยวชมงานมากกว่า 15 ล้านคน นับเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ที่ชื่นชอบการแสวงหาความรู้ โดยปีนี้ได้สร้างสรรค์วิธีการ รูปแบบการรับชมงานแบบไฮบริดอีเว้นท์ ที่ผสมผสานระหว่าง การเข้าชมงานในฮอลล์ หรือเลือกรับชมจากที่บ้านก็ได้ โดยมุ่งหวังว่าเด็ก เยาวชนไทย ตลอดจนสังคมไทยจะยกระดับ ความรู้ ได้รับแรงบันดาลใจ สร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อนําพาประเทศไปสู่ความเป็นชาติแห่ง วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในอนาคตต่อไปศาสตราจารย์พิเศษ เอนกฯ กล่าว