เปิดใจ จอย บียอนด์ – แหวดศรี นครสวรรค์ น้องสาว ฮาย อาภาพร หลังถูกตลกดังด่ากราด ไล่ลงจากเวที ไม่ให้ขึ้นแสดง ในงานวันเกิดกำนัน จ.สุพรรณบุรี

38

 

Advertisement

17 ตุลาคม 2566 จอย บียอนด์ – แหวดศรี นครสวรรค์ น้องสาว ฮาย อาภาพร พร้อม คุณกรกฎ เสือรักษ์ ทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่ Channel8 Thailand พร้อมเปิดใจ หลัง ถูกตลกดังด่ากราด ไล่ลงจากเวที ไม่ให้ขึ้นแสดง ในงานวันเกิดกำนัน จังหวัดสุพรรณบุรี

อยากให้เล่าเหตุการณ์วันนั้น?

จอย : วันนั้นจอยไปงานวันเกิดของผู้ใหญ่ท่านนึงที่จังหวัดสุพรรณจะมีคิวขึ้นร้องเพลงหลังจากวงใหญ่ลง ตอนแรกถ้าไปก่อนจอยอาจได้ขึ้นก่อน ทีนี้เขาบอกว่าคิวจอยหลังสุด วันนั้นจอยก็ไปถึง 2-3 ทุ่ม ขณะที่เราจะขึ้นร้องเพลง ก็มีพิธีกรตลกคนนี้มาขวางทางหน้าบันได ก็ทำกิริยาหน้าตาไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ ก็สวนไปสวนมา แล้วก็ชึ้หน้า พูดจาถ้อยคำเหมือนหยาบคาย ข่มขู่ กระโชกโฮกฮาก เสียงดัง ตระโกนทำให้คนบริเวณนั้นหันมามองเราให้เกิดความอับอาย เราไม่อยากที่จะร้องเพลงแล้ว ประมาณนั้น เสียใจ อยากร้องไห้ อยากกลับประมาณนั้น หนูก็เลยกลับไปที่รถ หนูจะกลับบ้าน พี่ผู้ใหญ่ที่จะให้หนูร้องไปเซอร์ไพรส์กำนัน เขาไปตามหนูบอกว่ายังไงก็ต้องร้อง แต่หนูร้องไม่ได้ มาขึ้นกันแบบนี้มาชี้หน้าหนู หนูก็อายเขามาใช้ถ้อยคำกิริยา พอพูดมากๆก็เหมือนจะโผเข้ามา พี่อีกคนล็อกตัวไว้ มันรู้สึกกลัวพี่เข้าใจไหม หนูจะกลับบ้าน แล้วพี่ผู้ใหญ่เขาก็ไปตามหนูที่รถ เขาบอกว่ายังไงก็ต้องร้อง ที่หนูได้ร้องเพราะว่าพี่เขา (กำนัน) ไปไล่

เขาด่าว่าอะไรเรื่องถึงบานปลาย?

จอย : (ชูนิ้วกลาง) แบบสัตว์เลื้อยคลาน ของผู้ชาย ของลับ มึง อีเหี้- มึงอี มันเหมือนคนที่ทะเลาะกันมานานมาก เหมือนเราไปทำความแค้นกับเขาอะไรขนาดนั้น ด้วยความที่มึนเมาดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไป ก็เลยมีความโมโห เนื่องจากว่าก่อนที่เขาจะด่าหนูมีผู้ใหญ่คนนึงชี้หน้าหนูบอกว่านี่เหรอ จอย บียอนด์ หนูก็เลย ค่ะ หวัดดีค่า เขาก็ จอย บียอนด์ ใช่ไหม มีปัญหากับน้องกู ก็เลยทำให้เขามีพลังในวันนั้น หนูรู้สึกเหมือนหนูโดนรุม เพราะเป็นพื้นที่เขา แล้วหนูทำอะไรผิด หนูจะไปร้องเพลง แล้วยังไงคะ หนูต้องอายต่อหน้าผู้คน หนูไม่รู้เรื่อง

เหตุผลที่เขาด่าเรา ไม่ให้เราขึ้นเวที ตามที่เรารู้สึกไหม?

จอย : โดยปกติเขาจะเป็นคนที่มีปัญหากับทุกคน แล้วชอบไปพูดลับหลัง ใช้คำพูดเรียกคนว่าไอ อี พอหนูเจอคำว่า อี เราก็คิดว่าสิ่งที่เราดีด้วย เราไม่คบกันดีกว่า ก็เลยไม่คุยกับเขามาประมาณ 2 ปี แล้วคนที่หนูใช้ชื่อลงบันทึกเอาไว้ก็โดนเขาว่าเหมือนกัน รวมกับหลายๆคน คนที่ดีกับเขาโดนหมด เราก็เลยไม่ยุ่งกับเขากัน บังเอิญคนนั้นคนนี้คุยกัน โดนเหมือนกันเหรอพี่ น้องโดนเหมือนกันเหรอแค่นั้น เราก็เลยไม่คุยกัน เวลาที่เราไปไหนกับพี่ๆบุคคลท่านนี้ เวลาถ่ายรูปอาจทำให้เขาเกิดแรงบันดาลโทสะ ทำให้หมั่นไส้อันนั้นหนูไม่ทราบ ทีนี้พอไปเป็นพื้นที่ของเขาปุ๊บ มันก็เกิดมีพาวเวอร์ มีแรงขึ้นมา เราไปคนเดียว ก็เลยโดนก่อน

ที่ให้สัมภาษณ์เหมือนหนังคนละม้วน เหตุการณ์นี้คนมองว่าเข้าใจผิดกันหรือเปล่า เพราะมีการเปลี่ยนคิวกะทันหัน เป็นแหวดศรีขึ้น เป็นจอยขึ้น ตอนนั้นกำนันที่เป็นเจ้าภาพอยู่ เขาทำหน้าที่อยู่ก็เลยไม่สามารถเบรคได้ ก็เลยส่วสัญญาณให้แหวดศรีว่าอย่าเพิ่งขึ้น ก็เลยเกิดเรื่องกัน?

จอย : ความเป็นจริงจากปากจอย และจากปากบุคคล ให้ฟังจากจอยคนเดียว ส่วนตัวเขาเขามีสิมธิ์ปฏิเสธ เพราะจากที่หายเมาอะไรก็พูดได้ แต่บุคคลที่หนูเอามาในวันนี้ เป็นคนที่มีตัวตนและเป็นคนที่อยู่ในงาน เพราะฉะนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ จะพูดอะไรก็ได้ แต่หนูจะร้องก่อนวงใหญ่ขึ้น เพียงแต่ว่าคิวใหญ่ลง เขาสลับคิวไปสุดท้าย ก็มีการซาวด์เช็กเปลี่ยนใหม่ ในช่วงที่ซาวด์เช็กท่านกำนันก็เลยขึ้นไปร้องเพลงก่อน แต่เขาทราบแล้วว่าร้องแค่ 3 เพลง แล้วเขาจะลง เขาเป็นระดับผู้ใหญ่จังหวัด เขาจะลงเพราะมีคิวร้องเพลงต่อจากเขา แต่ไม่รู้คุณเป็นใครคุณไม่ให้ดิฉันขึ้น อะไรประมาณนี้มันก็เลยเกิดเหตุปฏิเสธนายเขา ซึ่งมันไม่ใช่

แล้วเขากีดกันจริงไหม?

จอย : กีดกันจริง ด้วยคำพูด กิริยาทั้งหมดหมดเลย ด่าทอต่อว่า (ไม่ให้เราขึ้น?) ไม่ให้ขึ้น จนพี่ผู้ใหญ่ไปเรียกหนูที่รถว่าต้องขึ้น พี่จะขึ้นได้ไง เดี๋ยวเขาจัดการเอง อสจมีคำพูดที่เสียงดัง ไม่มีด่าทอ ไม่มีใครด่าเขาเลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการกระทำ ทะเลาะวิวาทไม่ใช่นะคะ เป็นคนที่โดนกระทำ เพราะฉะนั้นที่หนูมาพูดวันนี้ หนูโดนกระทำให้เกิดความอับอาย

ตามข่าวบอกมีการจะเข้ามาทำร้าย?

จอย : ใช่ๆ เพราะเขามีการพุ่งตัว (ทำท่าพุ่งตัว) ในความหมายของผู้ชายที่เมาแล้วฮึกเหิมอยากจะเข้ามา จะเข้ามาตบตี มาผลัก มาแกล้งทำ ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าหนูหวาดกลัว จากผู้ใหญ่ท่านนึง จากเขา จากความอาย อยากร้องไห้ อยากกลับบ้าน หนูคิดแค่นี้

ยืนยันว่าเขาเมา เพราะเขาบอกว่าดื่มแต่ไม่เมา?

จอย : หนูถึงบอกว่าความจริง หนูพูดวันนี้เป็นความจริงทั้งหมด หนูมีสำนวนของคดีความ เพราะฉะนั้นหนูไม่เอาตัวหนูไปพูดโกหก แต่เขาพูดเขาไม่มีหลักฐานอะไร แต่หนูพูดหนูมีหลักฐานบุคคล หนูพูดความจริงค่ะ เพราะหนูอยู่ในเหตุการณ์หนูเป็นคนถูกกระทำ ไม่จำเป็นต้องพูดโกหก หรือพูดไปมาไม่ให้มีน้ำหนัก ทำเพื่ออะไร หนูแค่รักษาศักดิ์ศรีในวันนี้ที่หนูโดนกระทำ และอยากเรียกร้องสิทธิสำหรับผู้ที่เป็นศิลปิน หรือเป็นดารา ถ้าเกิดเราไปร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าโดนแบบนี้จะทำให้เราหวาดกลัว หนูก็รู้สึกว่าอยากให้เรียกร้องสิทธิให้ตัวหนูและศิลปินทั่วไป

อีกคนที่ถูกพาดพิงคือคุณสมชาย เดินไปต่อว่าเขา ไปกันท่า?

จอย : คือไม่ได้เดินไปต่อว่า แต่อันนี้ไปตัดตอนในส่วนของตัวเอง เรื่องราวเกิดจากตรงนี้ปุ๊บ แล้วท่านผู้ใหญ่ไปบอกเขาว่า ถ้าทำแบบนี้ออกไปจากงานเลย อันนี้เป็นตอน 2 แต่เขาไปเอาตอน 2 ไปเป็นตอน 1 ไม่มีใครที่ไม่เมาแล้วจะไปด่าคน คนที่มีสติสัมปชัญญะ เขาจะไม่ทำแบบนี้

ที่เขาบอกว่าส่งสัญญาณมือว่าอย่าเพิ่งร้อง?

จอย : ทุกคนทราบค่ะ ว่าอย่าเพิ่งขึ้นเพราะซาวด์เช็กยังไม่เสร็จ ก็แค่เดี๋ยวค่อยขึ้นนะ การที่บอกว่าเพิ่งขึ้น กับไมงานนายกู มันต่างกันนะพี่ กิริยาแบบนี้เป็นกิริยาที่มีความยิ่งใหญ่ (เรียกว่ากร่าง?) ประมาณแบบนั้น เขาจะบอกว่าเมา ไม่เมา เขาพูดได้ แต่คนทุกคนเห็น ตรงนั้น 20-30 คน และบางท่านหนูไม่รู้จักแต่เค้าถ่ายคลิปไว้ แล้วถ้าเกิดว่ามันมีคดีขนาดนี้ ถ้าส่งหลักฐานให้ได้ก็ส่งมาที่จอยได้เลยนะคะ เพราะไม่ได้มีวงจรปิด เป็นเวทีโล่งแจ้ง แล้วไม่รู้ว่าตรงเราจะไปมีเรื่องกับเขาทำไม มันเป็นเหตุชุลมุนไม่มีคลิป ไม่ใช่เรื่องของการเตรียมการ

เขาบอกว่าก่อนหน้านี้เหมือนมีเรื่องกันมาก่อน?

จอย : ความรู้สึกเขาอาจจะคิดว่ามีเรื่อง แต่ความรู้สึกหนูหนูรู้สึกว่าคนแบบนี้หนูจะไม่ยุ่ง มันคนละมุมกัน เขาโกรธเราเขาผิดใจของเขาคนเดียว ไม่ใช่หนูไปทะเลาะกับเขา หนูไม่เคยทะเลาะกับเขา เป็นเรื่องที่หนูจัดงานและหนูให้อีกคนนึงไปเป็นเป็นพิธีกร เพราะว่าเขาไปเป็นพิธีกรและเขาไปไถตังผู้ใหญ่ของหนู เขาขึ้นไปมอบกระเช้า เขาบอกว่าเขาเป็นพิธีกรตลกเขาก็ต้องได้ตังเหมือนกัน เหมือนเราต้องทำให้เขาจ่ายเงิน เหมือนหลอกผู้ใหญ่เสียตัง หนูก็เลยบอกโอเคงั้นงานต่อไปไม่ต้องมา เขาอาจจะมีความโกรธแค้นอันนี้หนูไม่ทราบ

เลยเคืองกัน?

จอย : สำหรับเขาอันนี้หนูไม่ทราบแต่สำหรับหนูหนูไม่คิดอะไร

ความสนิทสนม?

จอย : รู้จักกันมา 10 กว่าปีก็ เคยทำงานร่วมกันเขาเป็นพิธีกร หนูก็เป็นนักร้องธรรมดา แต่ความยิ่งใหญ่ตรงนี้หนูไม่ทราบ

แหวดศรีเข้ามาห้ามเลยโดนไปด้วย?

จอย : เขาเป็นคนที่โดนด่าก่อน เพราะเขาเป็นคนพาหนูมา เขาจะเข้าไปห้าม เขาก็โดนด่าก่อนคนแรก ถ้อยคำที่หยาบคายหนักกว่าหนูอีก

เขารู้ว่าพี่จอยจะมา?

จอย : จริงๆหนูไม่รู้เลยว่าการที่เราจะไปร้องเพลง จะต้องเจออะไรหรือว่าเขาอยู่ เราเคยไปเจอกันก่อนหน้านี้หนึ่งงาน เขาบอกว่าเดี๋ยวพบกับ จอย บียอนด์ ครับ เขาลงไปหนูก็สวนขึ้นมา คนไม่พูดกันมันก็คือแค่นั้น แต่ไม่คิดว่าทำไมงานนี้ถึงยิ่งใหญ่ ไม่ทราบเหมือนกัน

พี่ฮายบอกว่าปกติเขามีพฤติกรรมแบบนี้ ?

จอย : หลังจากที่เขาเมา ตรงนั้นหนูไม่ก้าวล่วง เพราะว่าหนูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น เอาในกรณีนี้หนูเนาะ แต่โดยปกติที่เขาบอกกันมา พอหายแล้วก็บอกว่าไม่ได้ทำ

หลังจากเหตุการณ์เขาก็เลยกลับ?

จอย : พี่เขาบอกว่าถ้าจะสร้างความวุ่นวายให้กลับไป ไม่งั้นหนูจะไม่ได้ขึ้นเพราะว่าเขาขวางบันไดอยู่ (ที่เขากลับเพราะสมชายให้เขากลับ?) หนูก็ต้องขึ้นไปโชว์ ความรู้สึกในความสนุกมันจ๋อยอ่ะ แต่ว่าเราก็ต้องขึ้นไปเพราะคนที่เขาอยู่หน้างานเขาก็ไม่ทราบว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไร หนูก็เต็มที่ของหนู ก็ 70-80 อาจไม่ได้ฟูมาก

แจ้งความเรียบร้อย ?

จอย : ใช่ค่ะ วันรุ่งขึ้นเพราะว่าหนูต้องกลับเลย เพราะว่าต้องไปที่สุพรรณบุรี

แจ้งความต้องการอะไร ?

จอย : เขาทำอุกอาจต่อหน้าสาธารณะชน ในสถานะที่หนูเป็นศิลปิน หนูเป็นนางเอกตายแล้วหนูก็เป็นนักธุรกิจด้วย มันไม่สมควรมีเรื่องที่จะต้องโดนด่าต่อหน้าคน ถ้ายกหูมาเราอาจจะไม่ถือ แต่นี่เค้ารู้ว่ามีประชาชนและเขาก็ยังจะด่า หนูจะทำให้เป็นตัวอย่าง ว่าทำแบบนี้กับทุกคนมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นหนูจะต้องดำเนินคดีที่สุด

แจ้งความข้อหาอะไรบ้าง ?

จอย : แจ้งข้อหาแค่ที่เพราะว่าเราตรงนี้ ส่วนจะได้ข้อหาอะไรบ้างหนูยังไม่ทราบ คือหนูไม่ได้คิดว่าเป็นการเตรียมตัวอะไรเลย มันเกิดจากความว่า เฮ้ย กล้าด้วยเหรอ

รวมกลุ่มไปแจ้งไหมหรือว่าไปของจอยคนเดียว ?

จอย : จริงๆนักร้องท่านอื่นไม่มีเพราะว่าเป็นวงใหญ่ แล้วก็เป็นหนู แต่ว่าน้องๆที่เป็นแดนซ์เซอร์และพี่ๆที่เป็นนักดนตรี ที่เขาอยู่ตรงนั้นเขาไปด้วยแต่แต่ว่าเขาไปเฉยๆ น้องแหวดไปเป็นพยานเพราะน้องแหวดโดนก่อน

ที่ไปแจ้งความไว้ตอนนี้ถึงไหนแล้ว ?

จอย : เขาเรียกวันที่ 19 เวลา 9 โมง ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา มีสิทธิ์ปฏิเสธได้ค่ะ แต่ว่ามันอยู่ในรูปแบบของตำรวจซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไง

เราอยากให้เขาได้รับบทเรียนยังไงบ้าง ?

จอย : อันดับแรกก็คือความผิดที่กระทำ ต่อที่สาธารณะชนทำให้คนอื่นเขาอับอาย อันนี้ต้องไปเรื่องของกฎหมาย ไม่มีใครอยากให้ใครต้องเป็นอะไรขนาดนั้น ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ว่าความอายของคนมีขีดจำกัด บางคนอายแค่นี้ บางคนอาจจะไม่รู้สึก แต่บางคนเขาด่าไม่ได้เขามีหน้าที่การงาน เราเป็นหัวหน้าคนมาชี้หน้าด่าแบบนี้เราบริหารธุรกิจไม่ได้แล้ว

มันกระทบชื่อเสียงเรา?

จอย : ใช่ค่ะ เพราะส่วนนึงหนูเป็นศิลปิน แต่ส่วนนึงเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจ ถ้าทำแบบนี้คือใครก็ด่าได้ เหมือนเป็นการเรียกร้องสิทธิกับคืนมา จะทำกับทุกคนไม่ได้ เขาท้าทายเขาไม่ขอโทษ เขาไม่ทำเขาไม่ผิด

ได้คุยกับพี่ฮายไหม เขาบอกไม่โอเค?

จอย : หนูไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง แต่เขาทราบเรื่องจากใครหรือเปล่า หนูไม่ทราบ มันเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องโทรหาใคร เหมือนที่เขาทำ หนูจะไม่โทร หนูเอาคนที่อยู่ตรงนั้นจริงๆ หนูไม่ต้องโทรหว่านล้อมใคร ว่าให้ตอบแบบนี้ หนูไม่มีการเตรียมการ

แหวดศรีว่าไงบ้าง?

แหวดศรี : ตอนแรกไม่ติดใจนะพี่ เพราะเขาโทรมาขอโทษหนูแล้ว หนูก็คุยกับพี่จอย คุยกับเขาแล้วว่า พี่โทรมาขอโทษหนูแล้วก็จบที่หนู แต่ถ้าส่วนของพี่จอพี่จอจะให้หนูไปเป็นพยาน หนูก็ต้องไป แต่ถ้าพี่จะโกรธ ไม่คบหนู อันนี้แล้วแต่พี่นะ ขอบอกว่าถ้ามึงไปเป็นพยานกูก็มีพยานนะ หนูก็บอกว่าแล้วแต่พี่สิ เขาบอกว่าพยานของเขาเดี๋ยวนายกหาให้ จะเอาสักกี่คนล่ะ 20 คน 100 คนเขาก็หาได้ในงานนั่นแหละ หนูก็บอกว่าแล้วแต่ หนูไม่รู้ว่าเขาจะเบ่งหรืออะไร แต่เขาพูดกับหนูแบบนี้

รู้นิสัยใจคอเขาไหม?

แหวดศรี : รู้ค่ะแต่หนูไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ หนูไม่เคยเจอใครทำกับหนูหนักขนาดนั้น แต่ที่หนูไม่แจ้งความเพราะหนูเห็นเขาเป็นพี่ชาย แต่นี่เป็นพี่สาวหนู 

 

Advertisement