วันศุกร์ 30 ตุลาคม 2026

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ฉลอง 125 ปีแห่งมรดกทางวิศวกรรมและ 30 ปีในไทย ตั้งเป้าโต 10–15% ใน 3 ปี

8

 

ไฮล์เทรลเลอร์ เอเซีย (Heil Trailer Asia) เปิดแผนกลยุทธ์รุกตลาดใน 3 ปี มุ่งขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการใช้งาน เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมยกระดับบริการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ การประกาศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มอีกหนึ่งบทใหม่ของบริษัท ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีแห่งมรดกทางวิศวกรรมระดับโลก และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการดำเนินงานในประเทศไทยตลอด 30 ปี

การประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวมีขึ้นในงาน 125th Anniversary Industry Forum ภายใต้แนวคิด“Built in Asia, Trusted Globally” โดยงานนี้รวบรวมลูกค้ารายสำคัญ ผู้นำภาคอุตสาหกรรม พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมทั้งร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์สำหรับการเติบโตในอนาคต

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เดินหน้ายกระดับบทบาทของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริการลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ควบคู่กับการปรับบทบาทจากผู้ผลิตแท็งก์และรถกึ่งพ่วงขนส่งสินค้าอันตรายเฉพาะทาง สู่การเป็นพันธมิตรระยะยาวที่พร้อมดูแลและสนับสนุนลูกค้าตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระดับโลกเข้ากับศักยภาพการผลิตในประเทศ บุคลากรที่มีทักษะความสามารถและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าที่มีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย ตลอดจนตลาดต่างประเทศอื่น ๆ นอกภูมิภาคอเมริกาและแคนาดา

สำหรับแผนธุรกิจปี พ.ศ. 2570–2572 ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ตั้งเป้าการเติบโตที่ 10–15% ภายในระยะเวลา 3 ปี พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากกว่า 50% ของรายได้รวม โดยมีออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และยุโรป เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งจากธุรกิจดั้งเดิมด้านการขนส่งน้ำมันและก๊าซ ไปสู่การพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์และสินค้าเฉพาะทางที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมหลากหลายประเภทมากขึ้น อาทิ การขนส่งสินค้า อุตสาหกรรมด้านป้องกันประเทศ ระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมการบิน

เพื่อรองรับแผนการเติบโตดังกล่าว บริษัทเตรียมเสริมศักยภาพด้านการผลิตและวิศวกรรมในประเทศไทย ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และแต่งตั้งพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ในทวีปแอฟริกาและยุโรป โดยมุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย
“เป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้าของเราคือ การนำศักยภาพและความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ได้สั่งสมมาในประเทศไทย มาต่อยอดเป็นโอกาสการเติบโตในตลาดต่าง ๆ ที่เราดำเนินธุรกิจอยู่” นิโคลัส หลิงประธาน บริษัท ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย กล่าว “เรามองเห็นโอกาสที่แข็งแกร่งในการขยายการเข้าถึงตลาด ความหลากหลายในการใช้งานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าในระยะยาว”

ประเทศไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตระดับนานาชาติของบริษัท ด้วยความพร้อมของฐานการผลิตและวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีประสบการณ์ ห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร และความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งเอื้อต่อการให้บริการลูกค้าทั้งในระดับภูมิภาคและตลาดต่างประเทศ
ควบคู่ไปกับศักยภาพด้านการผลิต ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนลูกค้า โดยการเปิด ศูนย์อะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุงศรีราชา (Sriracha Parts, Service and Repair Centerหรือ PSRC) ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว เพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตอุตสาหกรรมใกล้เคียง สามารถเข้าถึงอะไหล่แท้ บริการตรวจเช็ค และงานซ่อมบำรุงได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ศูนย์บริการแห่งนี้ตอกย้ำถึงการยกระดับบทบาทของบริษัทจากผู้ผลิต สู่การเป็นพันธมิตรระยะยาว ที่ช่วยให้ลูกค้าดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน

เจค แรดิช ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอ็นทรานส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (EnTransInternational) กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการผลิตระดับโลก เราพร้อมที่จะสนับสนุน ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านทรัพยากร องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพที่จำเป็นต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดใหม่

“ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซียได้สร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทย โดยมีองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวกรรมกว่า 125 ปี ของเครือข่ายบริษัททั่วโลกคอยสนับสนุน” แรดิช กล่าว

“การลงทุนในศูนย์บริการศรีราชเพราะเราเข้าใจว่า ลูกค้าต้องการการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ เราสร้างความไว้วางใจและโอกาสทางธุรกิจร่วมกับลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงอะไหล่แท้ที่ถูกต้อง การซ่อมแซมตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง และดูแลให้ฟลีทยังคงดำเนินงานได้อย่างมีกำไร ผ่านการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มีคุณภาพตลอดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ นี่คือส่วนหนึ่งของแนวทางที่เราตั้งใจจะพัฒนา ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

สร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายพันธมิตรด้านธุรกิจและเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

บริษัทได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจมาอย่างยาวนาน ได้แก่SHANGHAI EASY ALUMINUM INDUSTRY, HENDRICKSON, BPW, FUWA, OPW, LIQUIPและ DESEINOR ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุน้ำหนักเบา ระบบช่วงล่างและชุดล้อ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ ระบบความปลอดภัย ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้ ไฮล์เทรลเลอร์ เอเซีย สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์การขนส่งที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน ประสิทธิภาพการใช้งาน และการรองรับงานขนส่งเฉพาะทางในหลากหลายอุตสาหกรรม
“ความร่วมมือระหว่าง Shanghai Easy Aluminum Industry กับไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และความยั่งยืน เราภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมขั้นสูง ซึ่งช่วยให้ตัวถังมีน้ำหนักเบาลง แข็งแรงยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก”

ก้าวสู่อนาคต: “Built in Asia, Trusted Globally”
การก้าวเข้าสู่บทใหม่ของไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย มาพร้อมเป้าหมายการเติบโต 10–15% ภายในระยะเวลา 3 ปี และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากกว่า 50% โดยบริษัทจะเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากร ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค เพิ่มศักยภาพด้านการผลิต และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ

ด้วยมรดกทางวิศวกรรมที่สั่งสมมายาวนาน 125 ปี และประสบการณ์ 30 ปีในประเทศไทย บริษัทมุ่งมั่นที่จะนำจุดแข็งดังกล่าวมาต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาวที่มากขึ้น ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญในการให้บริการหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ น้ำมันและก๊าซ การเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน การขนส่งผลิตภัณฑ์เกรดอาหาร เคมีภัณฑ์ และสินค้าเทกอง

โดยมีฐานการผลิตหลักเพียงแห่งเดียวตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทยขณะเดียวกัน การเปิดศูนย์อะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุงศรีราชา (PSRC) รวมถึงแผนขยายเครือข่ายบริการไปยังพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าในการเข้าถึงบริการสนับสนุนด้านเทคนิค อะไหล่ และงานบำรุงรักษา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์

“ตลอดระยะเวลา 125 ปีที่เราได้สั่งสมรากฐานและความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยทำให้เรามีความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เราก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำที่แข็งแกร่งของภูมิภาค วันนี้ นับเป็นโอกาสของเราที่หลอมรวมจุดแข็งทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน และต่อยอดจากมรดกอันยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าที่มากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของเราในอนาคต” นิโคลัส หลิง กล่าวสรุป